สร้างแคตตาล็อกสินค้าฟรี - ดาวน์โหลด PDF | InvoiceBean

สร้างแคตตาล็อกสินค้าที่พิมพ์ได้พร้อม SKU ราคา และสต็อก เครื่องมือสร้างแคตตาล็อกสินค้าฟรี

แคตตาล็อกสินค้าคือรายการสินค้าหรือ SKU ทั้งหมดของธุรกิจที่มีโครงสร้างชัดเจน โดยทั่วไประบุรหัส SKU คำอธิบาย ราคา และข้อมูลสต็อก แคตตาล็อกสินค้าแตกต่างจากใบเสนอราคาหรือใบแจ้งหนี้ตรงที่ไม่ได้ระบุบุคคลและไม่เรียกเก็บเงิน แต่เป็นเอกสารอ้างอิงที่ทีมขาย ลูกค้า และทีมจัดซื้อใช้ระหว่างการเจรจา ร้านค้าขายส่ง ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายมักส่งแคตตาล็อกที่พิมพ์ได้ให้กับลูกค้าในแต่ละฤดูกาลหรืองานแสดงสินค้า เครื่องมือสร้างแคตตาล็อกสินค้าฟรีของ InvoiceBean ช่วยให้คุณสร้าง PDF ที่จัดรูปแบบดีพร้อมรหัส SKU ราคา และรายละเอียดสต็อกในไม่กี่นาที

อธิบายฟิลด์ที่จำเป็น

หมายเลขและรุ่นแคตตาล็อก
ตัวระบุเฉพาะ (CAT-2026-01) และวันหมดอายุ ช่วยให้ลูกค้ารู้ว่ากำลังสั่งจากแคตตาล็อกล่าสุดหรือเวอร์ชันเก่า
รหัส SKU
รหัสสินค้าเฉพาะสำหรับแต่ละรายการ ซึ่งลูกค้าจะอ้างอิงเมื่อสั่งซื้อเพื่อป้องกันความผิดพลาดด้านสินค้า
คำอธิบายสินค้า
ชื่อ สเปค ขนาด วัสดุ หรือคุณลักษณะอื่นๆ ที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ
ราคาต่อหน่วย
ราคาปัจจุบันพร้อมสกุลเงิน ระบุว่าเป็นราคาปลีก ราคาส่ง หรือราคาเฉพาะกลุ่มลูกค้า
ข้อมูลสต็อก
มีในสต็อก สั่งได้ หรือไม่มีในสต็อก เพื่อตั้งความคาดหวังที่ถูกต้องก่อนที่ลูกค้าจะสั่งซื้อ
หน่วยการบรรจุ
หน่วย กล่องละ 12 ชิ้น หรือหน่วยน้ำหนัก — เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าพวกเขาจะได้รับอะไรต่อหน่วยสั่ง
วันที่แคตตาล็อกมีผลและหมดอายุ
ช่วงเวลาที่ราคาและข้อมูลสต็อกถูกต้อง เพื่อป้องกันข้อพิพาทจากแคตตาล็อกล้าสมัย

How This Differs From Other Documents

แคตตาล็อกสินค้าแตกต่างจากใบแจ้งหนี้ ใบเสนอราคา และใบโปรฟอร์มา ใบแจ้งหนี้และใบเสนอราคาระบุบุคคลกับผู้ซื้อรายใดรายหนึ่ง — แคตตาล็อกไม่ระบุบุคคล ใบโปรฟอร์มาประกาศมูลค่าสำหรับศุลกากรหรือธนาคาร แคตตาล็อกแสดงข้อมูลสินค้าสำหรับวัตถุประสงค์ทางการตลาดและการสั่งซื้อ แคตตาล็อกยังแตกต่างจากใบสั่งซื้อตรงที่ไม่ผูกมัดฝ่ายใด — มันแจ้งข้อมูล ไม่ได้อนุมัติการทำธุรกรรม เมื่อลูกค้ายืนยันการสั่งซื้อโดยอ้างอิงรหัส SKU จากแคตตาล็อก กระบวนการเอกสารจะเริ่มต้น

Best Practices

  • ใช้หมายเลขแคตตาล็อกที่มีวันที่หมดอายุในตัวระบุ (เช่น CAT-2026-Q2) เพื่อให้ทีมขายและลูกค้ารู้ว่าแคตตาล็อกใดเป็นเวอร์ชันปัจจุบัน
  • ให้รหัส SKU ที่ไม่ซ้ำกันกับทุกรายการและใช้รหัสเดียวกันในทุกระบบ (เว็บไซต์ ซอฟต์แวร์คลังสินค้า ใบสั่งซื้อ) เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในการสั่งซื้อ
  • แสดงข้อมูลสต็อกแบบเรียลไทม์ถ้าเป็นไปได้ แคตตาล็อกที่แสดงสินค้าหมดสต็อกในราคาดีสร้างความไม่พอใจให้ลูกค้า
  • ระบุวันที่หมดอายุของราคาอย่างชัดเจน ราคาที่ไม่มีวันหมดอายุบังคับให้คุณต้องยึดราคาเก่าเมื่อต้นทุนสูงขึ้น
  • แบ่งหมวดหมู่สินค้าอย่างมีตรรกะ (ตามประเภทผลิตภัณฑ์ กลุ่มเป้าหมาย หรืออุตสาหกรรม) เพื่อให้ลูกค้าค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

FAQ

แคตตาล็อกสินค้าคืออะไร และใช้อย่างไร?

แคตตาล็อกสินค้าคือรายการสินค้าหรือ SKU ทุกรายการที่ธุรกิจจำหน่ายอย่างเป็นระบบ พร้อมคำอธิบาย สเปก ราคา และข้อมูลการสั่งซื้อ ผู้ซื้ออ้างอิงแคตตาล็อกเพื่อเลือกสินค้าและจัดทำใบสั่งซื้อ แทนที่ใบเสนอราคาทางอีเมลแบบเฉพาะกิจและรายการราคาที่กระจัดกระจาย

แคตตาล็อกต่างจากรายการราคาอย่างไร?

รายการราคาโดยทั่วไปมีเพียง SKU และราคา แคตตาล็อกเพิ่มคำอธิบายสินค้า สเปก การจัดกลุ่มหมวดหมู่ ปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำ ระยะเวลานำส่ง และ (ในรุ่นพิมพ์) รูปภาพ แคตตาล็อกมีประโยชน์ในฐานะเครื่องมือการขายมากกว่า ส่วนรายการราคามีประโยชน์ในฐานะข้อมูลอ้างอิงอย่างรวดเร็ว

ควรอัปเดตแคตตาล็อกสินค้าบ่อยแค่ไหน?

ธุรกิจ B2B ส่วนใหญ่เผยแพร่แคตตาล็อกใหม่ทุกไตรมาสหรือทุกหกเดือน โดยพิมพ์ระยะเวลาที่มีผลไว้บนหน้าปก อัปเดตเร็วขึ้นหากต้นทุนวัตถุดิบ อัตราแลกเปลี่ยน หรือสเปกสินค้าเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ — ราคาที่ล้าสมัยบั่นทอนความไว้วางใจของลูกค้า

ควรระบุสกุลเงินเดียวหรือหลายสกุลเงิน?

เผยแพร่สกุลเงินเดียวต่อแคตตาล็อก ออกฉบับแยกตามท้องถิ่น (CAT-2026-Q2-USD, CAT-2026-Q2-EUR, CAT-2026-Q2-JPY) แทนที่จะปนหลายสกุลเงินในเอกสารฉบับเดียว แคตตาล็อกที่ปนหลายสกุลเงินก่อให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างการสั่งซื้อ

จำเป็นต้องระบุปริมาณสั่งซื้อขั้นต่ำ (MOQ) หรือไม่?

หากคุณมี MOQ ให้ระบุไว้ในแคตตาล็อกข้างแต่ละ SKU การซ่อน MOQ จนถึงขั้นเสนอราคาทำให้ทีมจัดซื้อหงุดหงิด ชะลอวงจรการขาย และมักนำไปสู่การยกเลิกคำสั่งซื้อ ความโปร่งใสเรื่อง MOQ ช่วยคัดกรองผู้ซื้อจริงจังออกจากผู้ที่เพียงเข้ามาดู